อู๋ซี

อู๋ซี

อู๋ซี

อู๋ซี Wuxi เป็นเมืองอุตสาหกรรมอันเก่าแก่อยู่ในมณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน มีทะเลสาบไท่หูพาดผ่านแบ่งเมืองออกเป็นสองส่วน เนื่องจากเป็นเมืองที่ได้รับการพัฒนาเมื่อไม่นานมานี้ จึงถูกขนานนามว่า “เซี่ยงไฮ้น้อย”

เมืองอู๋ซีก่อตั้งขึ้นเมื่อ 3,000 ปีก่อนโดยเจ้าชายสองพระองค์ผู้ลี้ภัยมาจากตอนเหนือของจีน ทั้งสองพระองค์เรียกดินแดนบริเวณนี้ว่า “เหมย” (Mei) เนื่องจากมีการขุดทำเหมืองดีบุกในบริเวณใกล้เคียง เมืองนี้จึงเป็นที่รู้จักในชื่อว่า “หยูซี” (Youxi เมืองที่มีดีบุก) จนกระทั่งแร่ดีบุกจึงขุดจนหมดเมื่อประมาณปี พ.ศ. 568 เมืองนี้จึงถูกเรียกในชื่อปัจจุบัน “อู๋ซี” แปลว่า “ไม่มีดีบุก”

เมืองอู๋ซีมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองฉางโจวทางด้านตะวันตก และติดกับซูโจวทางด้านตะวันออก ทิศเหนือติดกับแม่น้ำแยงซี ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำคือเมืองไท่โจว ส่วนทิศใต้ติดกับมณฑลเจ้อเจียง การวางผังเมืองอู๋ซีเป็นไปตามลักษณะของเมืองยุคเก่าของจีนอีกหลายเมือง คือผังเมืองเป็นรูปวงกลม ภายในเมืองมีคลองสายเก่าหลายสายตัดไขว้กันทั่วไป ปัจจุบันคลองสายหลักยังเป็นเส้นทางสัญจรของเรือขนาดใหญ่

สภาพอากาศในเมืองอู๋ซีจะร้อนจัดในฤดูร้อน และหนาวเย็นในฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 18 °C มีหิมะตกไม่บ่อยนัก และเนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับทะเลจีนตะวันออก จึงมีช่วงฤดูมรสุมที่จะมีระดับน้ำฝนอยู่ที่ 100 เซนติเมตรทุกปี

สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองอู๋ซี ได้แก่
- พระใหญ่หลิงซานต้าฝอ วัดหลิงซาน เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปรางค์ประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศจีน โดยมีความสูงถึง 88 เมตร มีน้ำหนัก 700 ตัน ฐานพระพุทธรูปมีห้องสามารถเดินขึ้นถึงพระบาทได้ และวัดนี้มีอายุยาวนานกว่า 1,000 ปี และเป็นวัดที่สวยงามร่มรื่นมีเขาล้อมรอบอยู่ ถึงสามด้าน มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้า
- ศาลาฝานกงวัดหลิงซาน ตั้งอยู่ริมทะเลสาบไท่หูที่กว้างใหญ่ อยู่เชิงเขาหลิงซานที่สวยงาม เป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อลังการ มีเส้นผ่าศูนย์กลางจากทิศใต้ถึงทิศเหนือ แบ่งกลุ่มสถาปัตยกรรมเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก และมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 7 หมื่นตารางเมตร มีทางเดินเชื่อมระหว่างตำหนักกับอาคารต่างๆ บนหลังคาเป็นพระเจดีย์ 5 องค์ ด้านหลังเป็นแท่นเซ่นไหว้บูชา รูปแบบสถาปัตยกรรมต่างกับวัดวาอารามทั่วไปของจีน โดยใช้หินก้อนใหญ่ทำเป็นระเบียงยาว เสาค้ำหลักและเสาโค้งยาว การสร้างหลังคาโค้งสูงและห้องโถงที่กว้างใหญ่ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่ ลึกซึ้งและสูงส่งของพุทธศาสนาเท่านั้น หากยังนำเอาวัฒนธรรมดั้งเดิมมาผสมผสานกับปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบัน นับได้ว่า เป็นสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาที่ยอดเยี่ยมงดงามยิ่ง ภายในศาลาฝานกงฯ มีผลงานการแกะสลักไม้ตุงหยางที่ละเอียดประณีต ภาพฝาผนังด้วยฝีมือของนักเขียนภาพถ้ำตุนหวงที่มีชื่อเสียง เครื่องประดับชิ้นใหญ่ที่ทำด้วยแก้วคริสตัลสี เครื่องเขินเมืองหยางโจวที่มีฝีมือบรรจงประณีต ภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่ รวมทั้ง รูปสลักนูนสูง แสดงพุทธประวัติ เหมือนเดินเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ศิลปหัตถกรรมอันล้ำค่าเหล่านี้ต่างสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่มีประวัติอันยาวนานอย่างมีชีวิตชีวา แสดงให้เห็นถึงความสง่างามน่าเกรงขามและความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนา

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สถานที่ท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร